เมื่อชีวิตเจอจุดเปลี่ยนปัญหาไหนที่เธออินสุด!

สวัสดีวัยรุ่น คิดว่าหลายคนที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายคงจะรุ่มๆ หัวใจอยู่ไม่น้อย จริงๆ ปัญหาคลาสสิกมันก็มีอยู่ทุกวัยนั่นแหละ แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากมัธยมสู่มหาลัยจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของชีวิต มันคือเส้นที่จะขีดว่า ต่อไปฉันจะเดินในเส้นทางไหน และบางครั้ง การเลือกครั้งนี้คือตัวกำหนดชีวิตทั้งชีวิตของเธอเลยล่ะ

แล้วอะไรบ้างล่ะที่เราต้องเผชิญหลักจากการตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นไปแล้ว มาดูกันเลย

1. สิ่งที่เราเลือกมันใช่จริงๆ เหรอ (วะ) ?

ถ้าเกี่ยวกับการเรียน ปัญหาคลาสสิกที่ติดทอปฮิตอันดับหนึ่งคงจะเป็นการไม่ค้นพบตัวเอง บางคนเลือกคณะตามความฮิตของกระแสสังคม บางคนเลือกตามเพื่อน ส่วนบางคนเลือกตามความมั่นคง ยังไงก็ตาม ทุกคนมีโจทย์และข้อจำกัดเป็นของตัวเอง หน้าที่ของเราคือรับผิดชอบสิ่งที่เราเลือก ทว่า ปัญหาจริงๆ มักจะไม่ได้อยู่ในคนที่เลือกอย่างมีเงื่อนไขที่ว่ามาข้างบนน่ะซี

ส่วนมากปัญหาจะไปกองอยู่กับคนที่ไม่มีเงื่อนไขกับการเลือกอะไรมากกว่า จะว่าว่าชอบสิ่งที่เรียนก็ไม่ใช่ จะไม่ชอบก็ไม่เชิง เพราะตัวเธอยังตอบคำถามว่า “อนาคตหลังจากนี้ ชีวิตของเราจะเป็นยังไง” ยังไม่ได้น่ะซี

“แล้วถ้าเป็นแบบนี้ พี่ฉลาดจะแนะนำหนูยังไงคะ”

คำถามที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง เอาล่ะ พี่ฉลามมีทางออกสำหรับน้องๆ อยู่สองทาง

1.1 สาย Logic

แบบทดสอบบุคลิกภาพ MBTI สามารถช่วยเธอได้ โดยแบบทดสอบนี้จะต้องทำด้วยความซื่อสัตย์นะจ๊ะที่รัก ไม่ต้องตอบให้ดูดี ถ้าเป็นคนประเภทขี้เกียจก็ต้องตอบว่าขี้เกียจ และตอนจบของแบบทดสอบนี้จะมีอาชีพที่แนะนำกับนิสัย วิธีคิดและบุคลิกภาพของเรา

สำหรับใครที่ Google แล้วไม่เจอ พี่ฉลามแอบแปะลิ้งค์ไว้ให้ก็แล้วกัน ได้แบบไหนก็มาบอกกันด้วยนาจา

http://getmbti.com/test/mbti/

1.2 สายดวง

ถึงแม้พี่ฉลามจะเป็นพี่หมอด้านไพ่ยิปซี แต่ความรู้ด้านโหราศาสตร์เราก็มีนะเออว์ ถ้าคิดว่าชีวิตถึงทางตัน ก็กำเงินหนึ่งพันมาหาพี่ (ว้อเว่น) ทั้งทางไพ่ยิปซีและโหราศาสตร์เรามีวิธีเช็คพื้นดวงว่าเราเหมาะกับอาชีพอะไร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ระบุชัดว่า เธอจะต้องไปขายซุปเท่านั้นถึงจะประสบความสำเร็จในชีวิต (ทำไมต้องขายซุป ?) แต่ทั้งไพ่ยิปซีและโหราศาสตร์สามารถบอกได้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จในเส้นทางนักขายนะเออว์


2. จะมีงานดีๆ ทำมั้ยนะ

เราอาจเคยได้ยินคำว่า ไม่เลือกงานไม่ยากจนจนเบื่อแล้ว แต่พี่ฉลามมองต่างจากคำที่ว่านี่ไปนิด เธอ เราเรียนมาค่าเทอมเท่าไหร่ ไหนจะค่าเดินทาง ที่พัก ยิ่งใหญ่มีภาระตั้งแต่วันแรกที่จบล่ะก็ เรื่องเลือกเนี่ยจะเป็นปัจจัยสำคัญมากๆ ที่จะสมัครงานเลยล่ะ

แต่ก่อนจะพูดถึงงานในอนาคต กลับมาย้อนมองตัวเองก่อนนึงค่ะหนู “เรามีอะไรให้เขาจ้างมั้ย”

มันเป็นธรรมดาอยู่แล้วว่าบริษัทจะต้องคิดว่าเขาจ้างเราน่ะ เขาจะได้อะไร แล้วเราทำอะไรเป็นบ้าง หลายคนย่อท้อและกังวลกับคำถามนี้มากเกินไปแต่ไม่เคยมามองเหตุแห่งการไม่โดนจ้างหรือโดนกดราคาฝีมือเลย หากเธอรู้สึกว่าความสามารถเธอยังไม่พอ เรียนเพิ่มสิจ๊ะ แล้วถ้าหากไม่มีเงินเรียนล่ะก็น Google, youtube ไหนยังอบรมฟรี อินเตอร์เน็ตมีอะไรให้ศึกษาเยอะมาก นี่มันปี 2017 แล้วนะเธอ

อย่ามัวคิดเพียงแต่เขาจะให้อะไรเรา ลองคิดว่าเราจะตอบโจทย์อะไรเขาได้บ้าง แค่นี้เรื่องงานเธอก็ไม่น่าจะเป็นกังวล


3. คนอื่นจะมองเรายังไง ?

บางครั้งสิ่งที่คนอื่นมองเราก็ไม่ใช่ปัญหาของคนอื่นเสมอไป มันก็จะเริ่มหนักหัวเรามากขึ้นเมื่อต้องอยู่ในสังคม ไหนยังอีกบรรดาญาติโกที่รุมตั้งคำถามกับสิ่งที่เราเลือก หลายครั้งที่ปัญหานี้เติบโตขึ้นตามวัย คำถามนี่จะไม่ได้ถูกตั้งจากญาติสนิทใกล้ชิดแล้วล่ะ บางครั้งเราจะถูกตั้งคำถามจากสังคม

ด้วยความชาญเชี่ยวและอินเนอร์ภายในที่มีอยู่ ก่อนจะตอบคำถามของคนอื่นหรือใส่ใจกับการมองมาจากสายตาของคนอื่น เราต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อน

“ฉันกำลังทำอะไรอยู่”

หลายคนที่มองเข้ามายังไม่เห็นภาพเหมือนกับที่เราเห็น เขาไม่รู้ว่าปลายทางของเราอยู่ที่ไหน และบางครั้งการเริ่มต้นมันไม่ได้เซ็กส์ซี่แบบที่จะถ่ายรูปอวดลงโซเชียลได้ แต่ถ้าชัวร์ใจ ตอบว่าเรากำลังทำอะไรได้ คำถามของคนอื่นจะไม่ระคายเธอ

แต่ถ้ายังตอบไม่ได้จริงๆ ล่ะ ?

สะเทือนสิเธอ เธอต้องสะเทือนแน่ๆ และไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาอัพสเตตัสว่าไม่ยุ่งเรื่องคนอื่นสิคะซิส แต่เป็นสิ่งที่เธอต้องเอามาคิดต่อนะ

ฉันกำลังทำอะไร ?
ฉันจะไปทางไหน ?

จะเดินทางทั้งทีเราควรรู้จุดหมายใช่มั้ยล่ะ ถ้าเธอไม่รู้ว่าจะไปไหน เธอจะไปถึงปลายทางได้ยังไงล่ะหื้ม ?


4.สังคมดีหรือเปล่า

สาเหตุที่คนซิ่วหรือลาออกจากงาน หลักๆ ก็มาจากเรื่องคนนี่แหละเธอว์ แต่เธอไม่สามารถคาดเดาได้เลยสักนิดว่าที่ที่เธอไปอยู่จะเจอเสือสิงกระทิงหรือกะทะ น้องบางคนมาปรึกษาพี่หลามว่าอยากลาออกจากมหาลัยเพราะเพื่อนร่วมกลุ่มไม่น่ารัก แต่ไม่มีอะไรที่รับประกันว่า ไปที่ใหม่เธอจะเจอคนที่น่ารักนะจ๊ะ ความน่ากลัวน่ะมันสถิตอยู่ทั่วไป

อ้าว! ไม่มีทางแก้เลยเหรอ

ไม่อ่ะค่ะ พี่หลามบอกตรงๆ สิ่งเดียวที่ทำได้คือปรับตัว ให้อภัยและใจกว้าง นี่ว่าไปก็เหมือนจะโลกสวย แต่ถ้าเรายังยึดวิถีเดิมๆ ที่ผ่านมาที่เรามีปัญหามาแล้วน่ะ คิดว่าเราจะไม่เจอจุดจบแบบเดิมๆ เหรอเธอ

แต่ไม่ใช่ว่าเราจะต้องยอมๆ ไปซะทั้งหมดนะคะหนูๆ เราต้องเรียนรู้การประนีประนอมและสิ่งนี้มันแค่มาเปลี่ยนวิธีคิดเท่านั้นเอง แต่ที่พี่ฉลามเสนอไปอาจจะไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดนะ แต่มองปลายทางเข้าไว้ อยากแก้ปัญหาจริงๆ เราจะต้องเข้าใจปัญหาก่อน


5. จะประสบความสำเร็จหรือเปล่า

เธอจะตั้งคำถามนี่กันตั้งแต่มหาลัยเลยเหรออออ แต่โอเคอ่ะ ถือว่าเป็นคำถามที่บอกว่าเรามีแรงผลักดันในชีวิตดี แต่พี่หลามอยากบอกว่า

“ไอ้ความเชื่อที่ว่าเราเลือกหนึ่งครั้งแล้วมันจะเป็นทางเดินชีวิตทั้งชีวิต”

มันใช่ไม่ได้สำหรับทุกคนนะเหวย บางครั้งการเลือกครั้งแรก ครั้งที่สอง ครั้งที่สามเราอาจจะล้มเหลว อย่าเพิ่งฝันหวานถึงการทำงานและจะประสบความสำเร็จแบบทันทีทันใด หลายคนกว่าจะประสบความสำเร็จก็ผ่านการเจ๊งหรือเลือกผิดมานับครั้งไม่ถ้วน

และที่สำคัญที่สุดสำหรับ ‘การประสำความสำเร็จ’ ของเธอคือ คำว่าประสบความสำเร็จของเธอนิยามด้วยอะไร

ถ้าอ่านแบบดวงๆ พี่ก็อ่านไปตามไพ่นั่นแหละว่า โอเค ปลายทางเธอมีเงินได้ มีชื่อเสียงได้นะ แต่อย่ามองแค่ความสำเร็จปลายทาง กำหนดแผนการที่จะเดินทางไปที่นั่นด้วย