POSITIVE I [ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข]

                                                                                                    ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข

    โดยปกติคนเรามักจะหาความสุขใส่ตัวเองอยู่เสมอตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการกิน,การนอน,การกระทำ จริงอยู่ที่ตัวเราได้รับความสุขจากสิ่งนั้นๆอยู่ตลอดเวลา แต่บางครั้งเราก็มักจะลืมตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่มันมีความสุขแค่ตัวเรา

      ไม่มีหลักสูตรตายตัวบนโลกใบนี้ว่าอะไรคือความสุขที่แท้จริง แต่มนุษย์เรามักตัดสินใจความสุขด้วยการกระทำทั้งนั้น เราควรที่จะมองเห็นจุดต่างๆบนโลกใบนี้ว่ามันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดเสมอไป เราต้องรู้จักยอมรับในบางสิ่งบางอย่างที่มันได้เกิดขึ้นมาแล้ว เช่น อดีตของคนเรา แน่นอนว่าสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้วย่อมนำกลับมาแก้ไขไม่ได้เราก็ควรที่จะยอมรับในบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นนั่นเอง มันดีกว่าการที่เราหลอกตัวเองโดยการโหยหาและสร้างความสุขแบบปลอมๆขึ้นมา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตหรือสิ่งที่กำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันเราทำได้แค่รับมือกับมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นอันขาด แต่เพราะว่าความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์มีแต่ความอยากได้อยากมี ความสุขก็เช่นเดียวกัน เราก็เลยสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาด้วยตัวของเราเอง เราไม่จำเป็นที่จะต้องอิจฉาหรือริษยาใครใดๆทั้งสิ้น เพราะสุดท้ายทำไปก็เท่านั้นมันยิ่งจะเจ็บปวดใจมากกว่าเดิมเสียอีกเมื่อเรามองในสิ่งที่เขามีและกังวลใจ หมกมุ่น ครุ่นคิดในสิ่งต่างๆที่ทำมาเพื่อหลอกตาเรา จนบางครั้งเราถึงกับขาดสติในการใช้ชีวิตเพราะหลงใหลในสิ่งที่เห็นเหลือเกิน บางคนเขาก็ไม่ได้มีในสิ่งที่เขามีแต่กลับสร้างมันขึ้นมาเพื่อหลอกตาคนทั่วไป อย่างเช่น การถ่ายรูปกับกระเป๋าแบรนด์เนมสวยๆ หรือ การท่องเที่ยวในต่างประเทศ เป็นต้น ทุกคนต่างก็สร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีทั้งนั้น นี่คือจุดที่มนุษย์ส่วนใหญ่มักจะมองไม่เห็น เพราะฉะนั้นเราต้องดึงสติกลับคืนมาและล้มเลิกความอยากได้อยากมีนั้นทิ้งไปให้หมด เพราะถ้าเรามัวแต่จ้องมองโดยที่ไม่ลงมือทำมันก็ไม่มีสิทธิ์ได้มาเหมือนเดิม เพราะทุกวันนี้คนเรามักจะมองแต่ในสิ่งที่คนอื่นเป็นและเห็นดีกว่าตนเอง จึงทำให้ทุกคนมองเห็นคุณค่าในตัวเองลดลงไป อยากจะให้ทุกคนทุกท่านหันมาใส่ใจตัวเอง มองสิ่งที่มีอยู่อย่างมีคุณค่ามากที่สุด ดีกว่าการที่เราเห็นสิ่งไร้ค่าที่มีในคนอื่น เราทุกคนมีดีกันคนละรูปแบบ เพราะฉะนั้นคุณอย่าเอาตัวเราเองไปเปรียบเทียบกับใคร เพราะสุดท้ายผลลัพธ์มันก็ต่างกันเหมือนเดิม ในเมื่อคุณรู้และทราบถึงผลสรุปที่จะตามมา เราจึงไม่มีการสรรหาอะไรอีกในชีวิต อยากจะกล่าวถึงสิ่งที่เห็นอยู่รอบตัวเราว่าทุกคนไม่ได้มีแค่ความสุขเสมอไป เราทุกคนต่างก็มีความทุกข์ที่ไม่เหมือนกันด้วยเช่นเดียวกัน บางครั้งเราก็ทุกข์เขาก็สุข บางครั้งถ้าเราสุข แต่ตัวเขาเองเป็นทุกข์ก็มีกันไป คนเราไม่ได้มีแต่ให้ก็มีแต่เสีย แต่อย่างใดอย่างหนึ่งก็ตามหากเรามองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นเมื่อไรก็ตาม เราจะเห็นสิ่งที่มีค่ากลายเป็นเรื่องธรรมดาทันที หันหลังให้กับข้าวของเงินทองและยศฐาบรรดาศักดิ์นั้นเสียที แล้วคุณจะมองเห็นความสุขจากภายในหัวใจของตัวเราเอง ไม่ใช่ของนอกกายทั่วไปอย่างที่ทุกคนมอง เราไม่ได้แตกต่างแต่มองเห็นสิ่งรอบตัวที่เหนือกว่าการได้มา สละความอยากทิ้งไปและพึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี ความพอดิบพอดีต่างหากที่อยู่ได้นานมากที่สุด อยากให้ทุกคนเห็นสัจธรรมที่แท้จริงว่าโลกมนุษย์ไม่ได้ยุติธรรมเสมอไป เราเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายไม่ได้ ทำได้ดีที่สุดแค่รับมือกับมัน อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดเราบังคับสิ่งนั้นไม่ได้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านพ้นไปเราย่อมหาเหตุผลมาโดยตลอด ทิ้งอดีตที่เลวร้ายไปกับวันเก่าๆที่ไม่สามารถหวนกลับคืนมาได้อีก ทิ้งไว้เป็นบทเรียนแก่ชีวิต ดังคำสอนของพระพุทธเจ้าที่กล่าวมาไม่มีผิด จงเดินทางสายกลางไม่มากและไม่น้อยเกินไป อะไรพอดิบพอดีต่างหากจะนำสันติสุขมาเยือนแก่จิตใจและโปรดทุกสรรพชีวิตบนโลกใบนี้ให้พ้นจากความทุกข์ทั้งปวงได้ ธรรมะไม่ใช่แค่สิ่งเตือนใจแต่เป็นหลักการประพฤติและปฏิบัติตามในชีวิตประจำวันได้ด้วยเช่นเดียวกัน อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติและไม่ประมาทในการใช้ชีวิต ถ้าเกิดเราคิดได้ตามทุกประการที่กล่าวมานี้เราจะพบว่า...."เรามีคุณค่ามากกว่าทีเราเป็น" 


                                                                                                                                                                         สิทธิเดช เชื้อบัณฑิตย์ "สนับสนุนให้ทุกคนคิดบวก"