ดวงแบบไหนมักเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์แบบเรา 3 คน

ดวงแบบไหนมักเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์แบบเรา 3 คน?


เคยไหมคะ?

คุยกับใครสักคน เขาบอกว่า “โสด”

เราก็เชื่อใจ คุยกันไปเรื่อยๆ จนวันหนึ่งกลับมารู้ว่า...


เขาไม่ได้โสดอย่างที่บอก!


บางคนมีแฟนอยู่แล้ว

บางคนแต่งงานแล้ว

บางคนมีความสัมพันธ์ที่ยังไม่จบกับคนเก่า

หรือบางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า กำลังเข้าไปอยู่ในความสัมพันธ์แบบ “เรา 3 คน”


ปัญหาแบบนี้เป็นเรื่องที่หมอนุ้ยพบเจอจากการดูดวงอยู่บ่อยๆ ค่ะ

วันนี้หมอนุ้ย โหราศาสตร์ไทย จึงอยากชวนมาดูกันว่า ในทางโหราศาสตร์ไทย ดวงแบบไหนมีแนวโน้มเข้าไปพัวพันกับความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน หรือรักซ้อน และถ้าเรารู้ล่วงหน้า เราจะใช้ข้อมูลนี้มาช่วยระมัดระวังตัวเองได้อย่างไร


> หมายเหตุ: เกณฑ์ที่นำมาเล่าในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของการพิจารณาเรื่องความสัมพันธ์เท่านั้น ไม่สามารถใช้ดาวเพียงหนึ่งหรือสองดวงมาตัดสินว่าใครจะต้องเจอรักซ้อนอย่างแน่นอน การวิเคราะห์จริงจำเป็นต้องดูภาพรวมของดวงชะตาและช่วงเวลาประกอบกันค่ะ


เกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญหารักซ้อน

หลักเกณฑ์ทางโหราศาสตร์ที่ใช้วิเคราะห์เรื่องคู่ครองมีอยู่หลายอย่างมาก วันนี้หมอนุ้ยขอยกมาเพียง 2 ส่วน เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ค่ะ


1. เกณฑ์พินทุบาทว์ราหู


หนึ่งในเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความสัมพันธ์ คือ ดาวราหู (๘) ไปอยู่ในราศีเดียวกับลัคนา หรืออยู่ในราศีตรงข้ามกับลัคนา

เกณฑ์นี้สามารถสะท้อนถึง จุดที่ทำให้เรื่องความสัมพันธ์มีความซับซ้อนหรือมีจุดด่างพร้อย ได้

แต่ไม่ได้หมายความว่า คนที่มีเกณฑ์นี้จะต้องเป็นชู้ หรือจะต้องเจอรักสามเสมอไปนะคะ

ต้องดูดวงส่วนอื่นประกอบด้วยค่ะ


2. ดาวอังคารสัมพันธ์กับดาวราหู

ในตำราโหราศาสตร์ไทยมีคำโคลงของหลวงปู่นวม วัดสังเวช ที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างดาวอังคารกับดาวราหูไว้ว่า

> “อังคารราหูครูท่านทัก มักแย่งรักเสพสู่คู่ของเขา”


พูดง่ายๆ ก็คือ หากในดวงชะตามีความสัมพันธ์ระหว่าง ดาวอังคารกับดาวราหู ก็อาจต้องระมัดระวังเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือความรักที่มีความซับซ้อนมากกว่าปกติ

แต่ตรงนี้ก็ต้องย้ำอีกครั้งนะคะว่า ไม่ใช่เห็นอังคารกับราหูแล้วจะฟันธงว่าเป็นดวงรักสามทันที


เพราะโหราศาสตร์ต้องอ่านทั้งดวงค่ะ

แล้วทำไม “ราหู” ถึงเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?

ถ้าพูดถึงดาวราหู หลายคนอาจนึกถึงแต่เรื่องไม่ดี

แต่จริงๆ แล้วดาวราหูมีทั้งด้านดีและด้านเสียค่ะ

ในด้านที่เป็นปัญหา ราหูเกี่ยวข้องกับเรื่องของ


ความมัวเมา ความลุ่มหลง เสน่ห์ ตัณหา ความปรารถนา และการตัดสินใจตามอารมณ์

บางครั้งเรารู้ทั้งรู้ว่าความสัมพันธ์นั้นมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่เพราะความรู้สึกกำลังพาไป เราก็เลือกที่จะมองข้าม


แต่ราหูก็มีด้านดีเหมือนกัน

ราหูเกี่ยวข้องกับ ไหวพริบ การสังเกต การรู้เท่าทันคน เรื่องต่างประเทศ การเดินทาง และโลกออนไลน์

เพราะฉะนั้น ถ้าเรารู้ว่าช่วงไหนราหูกำลังเข้ามากระตุ้นเรื่องความสัมพันธ์ เราก็สามารถนำ ข้อดีของราหู มาใช้ให้เป็นประโยชน์ได้

คือ...

อย่าเพิ่งเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน และอย่าปล่อยให้อารมณ์เป็นคนตัดสินใจแทนเรา

---

แล้วถ้าเราเป็นคนที่มีเกณฑ์แบบนี้ จะต้องเจอรักสามจริงไหม?

ไม่จำเป็นค่ะ


หมอนุ้ยอยากให้ดูตัวอย่างง่ายๆ จากดวงชะตาหนึ่งดวง

สมมติว่าเจ้าชะตาเป็นผู้หญิงลัคนากันย์ และมีดาวอังคารอยู่ร่วมกับลัคนา


จากนั้นให้ดาวราหูอยู่ตรงข้ามลัคนา

ตรงนี้จะทำให้ดวงไปสัมพันธ์กับเกณฑ์ที่เราพูดถึงทั้งสองส่วน

แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เราต้องดูต่อว่าช่วงเวลานั้นเกิดอะไรขึ้น

เพราะดวงเดิมกับดาวจรให้ความหมายไม่เหมือนกันค่ะ


กรณีที่ 1 คนโสด แต่มีเกณฑ์ความรักซับซ้อน

สมมติว่าเจ้าชะตายังโสด และมีดาวราหูอยู่ตรงข้ามลัคนา

ดวงลักษณะนี้อาจสะท้อนว่าเป็นคนที่ มีเสน่ห์ มีคนเข้ามาพัวพันได้ง่าย แต่เรื่องความสัมพันธ์อาจไม่ราบรื่น


บางคนเจอคนเข้ามาเร็ว

รู้สึกถูกใจกันเร็ว

ตัดสินใจเร็ว


แต่พอคบกันจริงๆ กลับมีเรื่องให้ต้องจบกันเร็วเช่นกัน

หรือบางครั้งคนที่เข้ามาอาจมีเรื่องบางอย่างที่เราไม่รู้ตั้งแต่แรก

ดังนั้นคนที่มีดวงลักษณะนี้ไม่ได้แปลว่า ไม่มีคู่

แต่ควรระมัดระวังเรื่อง “เลือกเร็วเกินไป” มากกว่า


แล้วควรเลือกคู่แบบไหน?

ทริคสำคัญคือ อย่ารีบค่ะ


ถ้าพื้นดวงมีจุดที่ทำให้เรื่องความรักเกิดความสับสน

เราไม่จำเป็นต้องเอาความรักไปแข่งกับเวลา

ให้รอจังหวะที่เหมาะสมก่อน


และเมื่อมีคนเข้ามา อย่าเพิ่งตัดสินว่าเขาคือคนที่ใช่ เพียงเพราะช่วงแรกเขาทำให้เรารู้สึกดีมาก

บางครั้งคู่ที่เหมาะกับดวงลักษณะนี้อาจไม่ใช่คนที่ดู “สมบูรณ์แบบ” ในสายตาคนทั่วไป


อาจเป็นคนต่างชาติ ต่างภาษา

คนที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ

หรือคนที่มีประสบการณ์ชีวิตบางอย่างมาก่อน

เช่น เคยมีครอบครัวหรือผ่านความสัมพันธ์ครั้งใหญ่มาแล้ว

และความสัมพันธ์ที่เหมาะกับเจ้าชะตาอาจเป็นความสัมพันธ์ที่ ต่างคนต่างมีพื้นที่ของตัวเอง

ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกันตลอดเวลา

เพราะบางครั้งการมีพื้นที่ให้กัน กลับช่วยให้ความสัมพันธ์อยู่กันได้นานขึ้นค่ะ





กรณีที่ 2 มีคู่แล้ว แต่เข้าสู่ช่วงที่ต้องระวัง


กรณีนี้แตกต่างจากกรณีแรกตรงที่ ราหูไม่ได้เป็นดาวเดิมในพื้นดวง แต่เป็นดาวจรที่กำลังเดินเข้ามากระตุ้นดวง

ถ้าดาวราหูจรเข้ามาอยู่ในตำแหน่งที่กระทบเรื่องคู่ครอง ก็อาจเป็นช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์มีความผันผวนมากขึ้น


บางคู่ต้องระวังเรื่อง


คนอื่นเข้ามาแทรก

ความเข้าใจผิด

ความลุ่มหลงชั่วคราว

หรือความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน


บางคนอาจเจอเรื่องรักซ้อน หรือพบว่าคู่ของตัวเองมีคนอื่นเข้ามา

แต่ก็ไม่ใช่ว่าราหูเข้ามาแล้ว ทุกคู่จะต้องนอกใจหรือเลิกกันนะคะ

ต้องดูพื้นดวงเดิมและจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ประกอบกันด้วย

---


แล้วถ้าอยู่ในช่วงนี้ ควรทำอย่างไร?

สิ่งแรกที่หมอนุ้ยอยากแนะนำคือ

อย่ารีบตัดสินใจค่ะ


เพราะธรรมชาติของราหูมีเรื่องของความลุ่มหลงและความพึงพอใจแบบชั่วครู่ชั่วยามอยู่ด้วย

ดังนั้น ถ้ามีคนใหม่เข้ามาในช่วงที่ความสัมพันธ์เดิมกำลังมีปัญหา อย่าเพิ่งรีบคว้าความสัมพันธ์ใหม่เพียงเพราะรู้สึกว่า


> “คนนี้เข้าใจฉันมากกว่าแฟนฉันอีก”

ลองให้เวลาตัวเองค่ะ

ทำความรู้จักกันให้นานขึ้น

สังเกตพฤติกรรมมากกว่าคำพูด

ถามในสิ่งที่สงสัย

และอย่ารีบตัดสินใจจากความรู้สึกเพียงช่วงเวลาสั้นๆ


ถ้าจะให้เอาความหมายของราหูในด้านดีมาใช้ ก็ต้องใช้เรื่อง ไหวพริบและการรู้เท่าทันคน

พูดง่ายๆ คือ


ใช้ราหูจับราหูค่ะ

อย่าเพิ่งเชื่อทุกอย่างที่เขาพูด แต่ก็ไม่ต้องระแวงจนไม่มีความสุข

ค่อยๆ ดู ค่อยๆ รู้จัก และค่อยๆ ตัดสินใจ

--

แล้วถ้าไม่อยากให้ความสัมพันธ์จบ มีวิธีรับมืออย่างไร?

ตรงนี้ต้องแยกให้ออกก่อนนะคะว่า ความสัมพันธ์นั้นควรไปต่อหรือควรจบ

เพราะการ “แก้ดวง” ไม่ได้หมายความว่าเราต้องพยายามยื้อทุกความสัมพันธ์เอาไว้


แต่ถ้าพิจารณาแล้วว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ยังอยากรักษาไว้ สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ก่อนว่า ช่วงไหนเป็นช่วงที่ต้องระมัดระวัง

เพราะถ้าเรารู้ล่วงหน้า เราก็สามารถเตรียมตัวรับมือได้

หลักง่ายๆ อย่างหนึ่งในการแก้เคล็ดตามความหมายของดาวก็คือ

ดาวไหนเป็นปัญหา ก็ลองหยิบด้านดีของดาวดวงนั้นมาใช้


ในกรณีที่ราหูเข้ามากระทบเรื่องคู่

ราหูมีความหมายเกี่ยวกับ การเดินทาง การเปลี่ยนแปลง และการโยกย้าย

ดังนั้นคู่รักอาจลองพากันเดินทาง เปลี่ยนบรรยากาศ ไปเที่ยวด้วยกัน หรือเปลี่ยนกิจวัตรเดิมๆ ที่ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มจำเจ

บางคู่การเดินทางไปต่างประเทศ หรือการเปลี่ยนสถานที่พักผ่อนก็ช่วยให้ได้กลับมาใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศใหม่ๆ

ในทางกลับกัน ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกันตลอดเวลาค่ะ


การมีพื้นที่ส่วนตัวให้กันบ้างก็สำคัญ

เพราะบางครั้งการได้ห่างกันเล็กน้อย ได้กลับไปทำสิ่งที่ตัวเองชอบ ก็ช่วยให้เกิดความคิดถึงและลดการปะทะกันได้


และที่สำคัญที่สุดคือ

อย่าใช้อารมณ์ตัดสินปัญหาในช่วงที่ดวงกำลังมีความผันผวน

ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ลองชะลอการตัดสินใจลงก่อน


ใช้เหตุผลให้มากขึ้น

เพราะบางครั้งการที่เราช้าลงเพียงนิดเดียว อาจทำให้เราไม่ต้องเสียใจกับการตัดสินใจที่เร็วเกินไปค่ะ

---

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า ดวงของเราต้องระวังเรื่องรักซ้อนหรือไม่?

ทั้งหมดที่หมอนุ้ยเล่ามานี้ เป็นเพียง ตัวอย่างเกณฑ์บางส่วน ที่ใช้ในการวิเคราะห์เรื่องความสัมพันธ์เท่านั้นค่ะ

ไม่ใช่ว่าใครมีดาวราหูอยู่ตรงนั้น หรือมีอังคารสัมพันธ์กับราหูแล้วจะต้องเจอรักสามเสมอ

เพราะการอ่านดวงจริงต้องดูทั้งพื้นดวง ดาวที่เกี่ยวข้องกับคู่ครอง ความสัมพันธ์ของดาวต่างๆ รวมถึง ช่วงเวลาที่ดาวจรเข้ามากระตุ้นดวง ด้วย


และที่สำคัญที่สุด...

บางคนไม่ได้มีเกณฑ์เหล่านี้ชัดเจนเลย แต่ในชีวิตจริงกลับเจอความสัมพันธ์แบบรักซ้ำซ้อนอยู่บ่อยๆ

นั่นก็เป็นเหตุผลว่า เราไม่ควรใช้กฎเพียงข้อเดียวมาตัดสินชีวิตของตัวเอง

ถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า


> “เอ๊ะ...ทำไมเรื่องที่เล่ามามันเหมือนชีวิตเราเลย?”


หรือคุณกำลังอยู่ในความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจริงใจกับเราหรือเปล่า

หรืออยากรู้ว่า ช่วงเวลาไหนในดวงของเราที่ควรระมัดระวังเรื่องความรักเป็นพิเศษ

คุณสามารถทักมา ดูดวงส่วนตัวกับหมอนุ้ยโหราศาสตร์ไทย ได้ทุกช่องทางนะคะ

เพราะการดูดวงที่หมอนุ้ยตั้งใจทำ ไม่ใช่การบอกว่า


“คุณจะเจออะไรแน่นอน”

แต่เป็นการดูว่า ดวงของคุณมีแนวโน้มอย่างไร ช่วงไหนควรระวัง และเราจะนำข้อมูลนั้นมาวางแผนชีวิตของตัวเองได้อย่างไร

เพราะเราอาจเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้...

แต่ถ้าเรารู้ล่วงหน้า อย่างน้อยเราก็ เตรียมตัวรับมือได้ค่ะ


ด้วยความปรารถนาดี/หมอนุ้ย